วันพุธที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

กิจกรรม


  " เที่ยวสุพรรณ  กาญจนบุรี  ประจวบคีรีขันต์ "
วันที่  14-16  เดือนกันยายน  พ.ศ.2556
โดย นักศึกษาชั้น ปวส.2 สาขาวิชาเทคโนโลยีสำนักงาน







กิจกรรม


โครงการ  " โครงการทัศนศึกษาศูนย์การเรียนรู้เศรฐกิจพอเพียง "
วันrพฤหัสบดี  ที่  12  เดือนธันวาคม  พ.ศ.2556
ณ  บ้านปากน้ำ ต.ต้นยวน อ.พนม จ.สุราษฎร์ธานี
โดย นักศึกษาชั้น ปวส.2 สาขาวิชาเทคโนโลยีสำนักงาน








วันจันทร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

วีดีโอ

IT Around เทคโนโลยีแห่งอนาคต 2020


ที่มา  http://www.youtube.com/watch?v=WbOm5IuVfCA

บทความ

ทำความเข้าใจเรื่อง SD Card

               ช่วงนี้ทุกท่านส่วนใหญ่จะมีอุปกรณ์ อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ โดยเฉพาะที่มีแน่นอนคือสมาร์ทโฟน , ส่วนรองลงมาแต่ขาดไม่ได้สำหรับคนชอบไปเที่่ยวคือ กล้องดิจิตอล และกล้องวีดีโอ รวมไปถึงอุปกรณ์แท็บเล็ต Android บางตัวที่รองรับใส่ Micro SD Card ได้ด้วย คราวนี้เกิดคำถามว่าเราควรเลือกซื้อ SD Card หรือ Micro SD Card แบบไหน? ใช้ได้กับอุปกรณ์ของเราหรือเปล่า? และ ควรซื้อClass ไหนกันแน่? วันนี้เราได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับ SD Card มาฝากกัน

SD CARD ชื่อเต็มๆก็คือ Secure Digital CARD เป็นหน่วยความจำชนิด Flash Memory , ส่วนใหญ่ใว้ใช้กับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ ในช่วงแรกจะนิยมใช้กับพวกกล้องดิจิตอล , เครื่องเล่นเพลง MP3 , กล้องวีดีโอ แต่ปัจจุบันนี้หน่วยความจำเป็นที่นิยมมากบนกล้องดิจิตอล กล้องวีดีโอ และกล้องระดับโปร DSLR ซึ่งต้องการหน่วยความจำที่ส่งข้อมูลได้อย่างรวดเร็วด้วย

ปัจจุบันนี้ SD CARD นี้ก็มีหลายชื่อมากขึ้น อย่่าง SD CARD , SDHC CARD , SDXC CARD มีหลายชื่อมาก ชื่อการ์ดแบบนี้ เป็นชื่อที่ขึันอยู่กับขนาดความจุของหน่วยความจำ

โดย SD Card (Secure Digital) มีขนาดความจุตั้งแต่ 4 MB – 4 GB ส่วน SDHC Card (Secure Digital High Capacity) เป็นการ์ดที่มีหน่วยความจำจุ 4 GB – 32GB และ SDXC Card (Secure Digital eXtended Capacity) เป็นการ์ดที่มีหน่วยความจุสูงตั้งแต่ 32 GB จนถึง 2 TB เลยทีเดียว

โดยสรุปแล้ว พวก SD CARD ธรรมดาและ SDHC CARD สามารถใช้กับอุปกรณ์ต่างๆได้ โดยตัวการ์ดขนาดมาตรฐาน ใช้สำหรับพวกกล้องวีดีโอ กล้องดิจิตอล กล้อง DSLR และ SD CARD ขนาดจิ๋วอย่าง Micro SD Card สามารถใช้กับสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต mifi และกล้อง compact บางตัวได้ด้วย โดยการทำงานไม่ต่างจาก SD CARD ไซด์มาตรฐาน

ส่วน SDXC เหมาะสำหรับเป็นหน่วยความจำคอมพิวเตอร์ เพราะจุสูงมาก แต่ก็สามารถใช้กับกล้องโปรและกล้องวีดีโอที่สเปครองรับ SDXC บางตัวด้วยเพราะการบันทึกวีดีโอ HD นั้นต้องใช้หน่วยความจำสูงเหมือนกัน จากภาพด้านบนนี้เป็น CANON EOS ที่ระบุสเปคว่าสามารถใช้กับการ์ด SDXC ได้

คราวนี้ ทั้ง SD CARD , SDHC CARD และ SDXC การ์ด มีแบบ Micro ด้วย ที่นิยมเรียกกันว่า Micro SD Card นี้ เป็นตัวหน่วยความจำไซด์เล็ก แต่ขนาดหน่วยความจำสูง ใช้กับพวกสมาร์ทโฟน และอุปกรณ์พกพาต่างๆ เช่น MIFI , แท็บเล็ต เป็นต้น ทั้งนี้ Micro SD CARD สามารถเสียบกับ Micro SD Adaptor (ซึ่งส่วนใหญ่มาพร้อมกับ Micro SD Card อยู่แล้ว ) เพื่อมาใช้เสียบกับช่องเสียบ SD Card Reader ขนาดใหญ่ได้

คราวนี้ในแต่ละการ์ดก็มี Class Speed ให้เลือกด้วย Class คือความเร็วในการอ่านเขียนข้อมูล โดยความเร็วการ์ดในการอ่านข้อมูล มีหลาย Speed ให้เลือก ที่นิยมมีขายคือ Class 2,4,6,10

เช่น เราซื้อ Micro SD แบบ SDHC การ์ด ความจุ 16 GB Class4 จะมีความสามารถในการอ่านเขียนข้อมูลความเร็ว 4MB ต่อวินาที แต่ถ้าเราซื้อ Class 10 จะสามารถอ่านเขียนข้อมูลได้เร็วถึง 10MB ต่อวินาที นั่นก็หมายความว่า Class 10 สามารถโอนถ่ายข้อมูลได้เร็วกว่า Class 4 ด้วย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องเลือก Class ให้สอดคล้องกับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ของเราด้วย

โดย Class 10 นี้เหมาะสำหรับสมาร์ทโฟนระดับสูง อย่างพวก Samsung Galaxy Note 3, Samsung Galaxy S4 , HTC ONE MAX , และพวกมือถือสเปคแรงๆ กับพวกกล้องแบบโปร DSLR เป็นต้น ที่จะใช้ Class 10 ได้ แม้ราคาการ์ดสูงกว่า Class อื่นๆ แต่ก็กลายเป็น Class ยอดนิยมของคนมีมือถือสเปคสูง และมีแนวโน้มราคาถูกลงด้วย ส่วนถ้าเป็นกล้องดิจิตอลทั่วไป หรือมือถือสเปคทั่วไปที่ไม่สูงนัก ก็แนะนำเลือกที่ Class 4 ก็พอเหมาะสมแล้ว ซึ่งมีขายทั่วไป

ส่วนบางตัวที่หลัง Class 10 แล้วมีสัญลักษณ์ เลข 1 ในตัว U ด้วยนั้น เรียกว่า Class UHS-1 (ย่อมาจาก Ultra-High Speed Bus 1 ) มีอัตราความเร็วอ่านเขียนข้อมูล สูงถึง 104MB/วินาที และ 300MB/วินาที) อ่านได้เร็วกว่า Class 10 ธรรมดา ใช้ได้กับ สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต กล้องดิจิตอล กล้องวีดีโอได้ทุกรุ่น แต่จะเหมาะสุดสำหรับการบันทึกวีดีโอแบบ full 1080p HD และวิดีโอ 3 มิติ รวมถึงตากล้องมืออาชีพที่ต้องถ่ายภาพต่อเนื่อง คุณภาพของภาพสูง ซึ่งราคาการ์ดแพงกว่า Class 10 ธรรมดาด้วย


www.teenee.com


บทความ


เทคโนโลยีนำสมัย  "แว่นตา" มี Auto Focus


บริษัท PixelOptics ได้คิดค้นแว่นตาไฮเทค ที่เพิ่มชั้นของคริสตัลเหลวไปบนตัวเลนส์ เพียงแค่เงยหน้าหรือสัมผัสที่แว่นมันก็จะปรับโฟกัสให้โดยอัตโนมัติในช่วง เวลาที่เร็วกว่าการกะพริบตาซะอีก

EmPower! ช่วยปรับโฟกัสได้ทุกระยะการมอง ไม่ว่าจะใกล้ไกลหรือระยะกลาง ๆ ลดการบิดเบียนภาวะตาพร่าที่ทำให้เห็นวัตถุผิดรูปไปได้ถึง 50% และเพิ่มมุมมองให้กว้างขึ้น 2 – 3 เท่าเมื่อเทียบกับโปรเกรสซีฟเลนส์ ภายใต้รูปลักษณ์ที่เหมือนแว่นตาทั่ว ๆ ไป ข้างในได้ซ่อนไมโครชิฟ , micro-accelerometer และแบตเตอรี่ชาร์จได้ขนาดเล็กซ่อนเอาไว้

เจ้า accelerometer จะทำหน้าที่จับการเคลื่อนไหวแล้วส่งสัญญาณไปยังชั้น LCD โปร่งใสบนเลนส์แต่ละข้าง ที่สามารถเปลี่ยนโครงสร้างโมเลกุลของตัวมันเองได้ เมื่อรวมกับการการคำนวณค่าการหักเหของแสงที่เปลี่ยนไปจึงทำให้มันปรับโฟกัส ตามต้องการ ซึ่งคุณสามารถตั้งได้ว่าจะใช้โหมดอัตโนมัติหรือ Manual เพียงแค่กดปุ่มเปิด/ปิด

ในการชาร์จหนึ่งครั้งสามารถใช้งานได้ 2-3 วัน นอกจากนี้ EmPower! ยังมีคุณสมบัติกันน้ำ มีกรอบให้เลือกมากมายถึง 48 แบบ ตั้งแต่กรอบโลหะ กรอบพลาสติกจนไปถึงไร้ขอบ ในส่วนของเลนส์ผลิตขึ้นโดย Panasonic Healthcare Company แถมยังมีออปชันเปลี่ยนเลนส์ให้กลายเป็นแว่นกันแดดได้ด้วย

สนนราคาของ Empower! อยู่ที่ 1,000-1,200 $ ราคานี้รวมแท่นชาร์จแล้ว

ที่มา  www.teenee.com

วันศุกร์ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2556

กิจกรรม


โครงการ "สานสัมพันธ์น้องพี่ ชาวเทคโน '56"
วันศุกร์ ที่ 21 เดือนมิถุนายน  พ.ศ.2556
ณ วิทยาลัยอาชีวศึกษาสุราษฎร์ธานี
โดย นักศึกษาชั้น ปวส.2 สาขาวิชาเทคโนโลยีสำนักงาน
       นักศึกษาชั้น ปวส.1 สาขาวิชาเทคโนโลยีสำนักงาน




กิจกรรม


โครงการ "ศึกษาธรรมชาติสวนนายดำ"
ณ สวนนายดำ  อ.ทุ่งตะโก  จ.ชุมพร
โดย นักศึกษาชั้น ปวส.2 สาขาวิชาเทคโนโลยีสำนักงาน